}shortfic{: Orange hap {zn}
posted on 16 Nov 2011 23:08 by imm-atureShorty fiction: Orange hap
Status: Complete
Couple: ZN
Alphabet: 5,004
Genre: Humor/Romance
วันลอยกระทงสองพันสิบหนึ่ง
Date: 11m/10d/11y
“ทุกคน วันนี้วันลอยกระทงล่ะ!” นั่นคือเสียงของกัปตันกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางที่ทำเอาทุกคนต้องอึ้งทุกครั้งเมื่อเขาโพล่งปากพูดอะไรขึ้นมาสักอย่าง... เหมือนตอนนี้นี่แหละ ทำเอาทุกคนอ้าปากหวอด้วยความงงงันระหว่างที่พวกเขากำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าอย่างสะลึมสะลืออยู่นี่“วัน... วันอะไรนะ?” อุซปพูดติดอ่าง เขาไม่เคยได้ยินวันอะไรแบบนี้เลย
“วันลอยกระทง!” ลูฟี่ย้ำอีกด้วยด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม “มีจดหมายจากอ.โอดะส่งมาทางนกพิราบล่ะ มันมีปีกข้างเดียวด้วย!” เขาพูดอย่างกระตือรือร้น ในขณะที่ทุกคนเหงื่อตกกันเป็นแถว... นกมันจะบินด้วยปีกเดียวได้ยังไงกันล่ะ?
“แล้วอ.โอดะนี่เป็นใครเหรอ?” ช๊อปเปอร์ถาม
“เขาเป็นโจรสลัดในจินตนาการของฉันเอง”
ผ่าง ผ่าง!.... ทุกคนแข็งทื่ออีกครั้ง
“แล้วไอ้วันลอยกระทงเนี่ยมันต้องทำอะไรล่ะ” แฟรงค์กี้ยอมตามน้ำกับกัปตันสักหน่อย ล่องเรืออยู่แบบนี้เขาก็เบื่อเหมือนกัน
“เขาก็เอาตอไม้มาตกแต่งแล้วก็ลอยทะเลไง!” ลูฟี่พูดอย่างมั่นอกมั่นใจ “เขาบอกว่าถ้าใส่คำอธิษฐานลงในกระทงแล้วลอยน้ำก็จะเป็นจริง ฉันขอสั่งให้วันนี้ลูกเรือทำกระทงมาคนละอัน! เอาสวยๆเลยนะ อ่ะนี่ไม้” เขาส่งตอไม้ที่ฝานบางให้ลูกเรือแต่ละคนจนครบ นั่นทำให้บรรยากาศยิ่งมืดมนเข้าไปใหญ่.... กัปตันของพวกเขากำลังสั่งอะไรที่แปลกประหลาดอีกแล้วสิ ตกแต่งตอไม้เนี่ยนะ แถมยังเอาไปลอยน้ำอีก เอ้อเอากับเขาน่ะสิ!
“เดี๋ยวนะลูฟี่ นายเอาตอไม้พวกนี้มาจากไหน?” นามิถาม มันเป็นตอไม้ที่กลมได้รูปไม่เหมือนตัดมาจากต้นไม้แน่นอน และเหมือนเธอจะเดาถูก
“ฉันตัดมาจากเสาที่อยู่ตรงห้องท้องเรือไง” ลูฟี่ยิ้มแย้มไร้เดียงสา แต่แฟรงค์กี้หน้าซีดเผือกทันที
“เรือของฉ้านนนน!” เขาไม่รอช้า วิ่งออกจากห้องครัวจนกรอบประตูแทบจะหลุดติดไหล่ของเขาไปด้วย ทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง
“แปลว่าแฟรงค์กี้จะไม่ลอยกระทงใช่มะ?” ลูฟี่ยังคงถาม
“เฮ้อ!” นั่นล่ะเสียงรวมใจกันถอนหายใจของลูกเรือหมวกฟาง... เฮ้อ!
“นี่เขาเอาจริงเหรอเนี่ย” นามิถอนหายใจ มองตอไม้ที่ได้มาระหว่างที่เธอกำลังเดินไปที่สวนหย่อมของเธอ ตกแต่งตอไม้เนี่ยนะ ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำทำไมแต่ดูเหมือนลูกเรือทุกคนจะยอมทำตามคำสั่งของกัปตันแต่โดยดี เพราะก่อนขึ้นมาข้างบนเธอเห็นอุซปตวัดพู่กันลงตอไม้ซะจำเค้าเดิมไม่ได้แล้ว เห็นโรบินก็พับกระดาษติดกับเขาด้วยเหมือนกัน ส่วนบรู๊คถึงขั้นนั่งแกะสลักมันอย่างตั้งอกตั้งใจ เห็นทีเธอคงต้องตกแต่งอะไรสักอย่าง
“ว้าย!” มัวแต่คิดเรื่องกระทงเพลินๆพอเดินเข้ามาในสวนหย่อมก็เผลอสะดุดอะไรบางอย่างที่แข็งเหมือนตอไม้ทำให้เธอเสียหลักล้มหน้าคะมำจูบพื้นหญ้าสูดกลิ่นธรรมชาติเข้าไปเต็มปอด ที่แน่ๆคือลำตัวของเธอกำลังนอนทับไอ้สิ่งที่เธอสะดุดอยู่... แล้วใครเข้าจะช่างคิดเอาตอไม้มาไว้ในนี้กันล่ะ?
“ซุ่มซ่ามจริงๆเลย” ตอไม้พูด
“นี่นาย...” นามิพูดกับตอไม้... หมายถึงโซโลต่างหาก เขายังคงนอนประสานมือที่ท้ายทอย ไม่สนใจว่าเธอจะทับตัวเขาอยู่ “มาทำอะไรตรงนี้ยะ?”
“นอน” เออถูก... เห็นอยู่แล้วยังจะถามอีกนะยัยบ้า
“ไม่น่าถามแฮะ” นามิเหลือบมองตอไม้ที่วางอยู่ข้างๆเขาสองอัน ทั้งของเขาและของเธอยังไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย บางทีเธออาจมีเพื่อนลอยกระทงเปล่าก็ได้ ...ทว่าสายตาของเธอก็เห็นอะไรบางอย่าง ต้นไม้ของเธอถูกตัดกิ่งออกไป ทั้งสามต้นเลยด้วย ถูกตัดออกไปต้นละกิ่ง ต้องมีคำอธิบายสำหรับเรื่องนี้ซะแล้ว... “โซโล นายตัดต้นไม้ฉันเหรอ!” มันไม่ใช่คำถามที่อ่อนหวานเอาซะเลย
“เปล่า”
“บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!” เธอบีบคอเขา
“อ๊อก! หายใจ...ไม่ออก”
“อีตาบ้า! นายใช่ไหมห๊า~!”
“ไม่!”
“หน็อย... บอกมานะใครเป็นคนตัด!”
“มะ...ไม่รู้เฟ้ย!” ใบหน้าเริ่มกลายเป็นสีม่วง
“โซโล!”
“ลู...ลูฟี่!”
“ลูฟี่!” ผู้เคราะห์ร้ายได้อากาศหายใจอีกครั้ง นามิลุกขึ้นพ่นควันออกทางจมูกเหมือนกระทิงบ้าเลือด กำหมัดแน่นแถมกัดฟันกรอด เดินกระทืบเท้าลงชั้นล่างไปหาลูฟี่ทันที... โซโลลูบลำคอตัวเองเบาๆ เกือบตายแล้วไหมล่ะ ยังไม่ทันจะได้เป็นนักดาบที่เก่งที่สุดในโลกก็จะมาตายเพราะต้นหนเรือเจ้าอารมณ์คนนี้ซะก่อนแล้ว เป็นการดับชีวิตที่อนาถมากถึงมากที่สุด
“เฮ้ย! ฉันทำ – อั่ก!” เสียงลูฟี่โดนชกดังไปทั่วทั้งเรือ โซโลถอนหายใจที่เขาสามารถรอดพ้นนาทีวิกฤตมาได้ แต่ในใจก็แอบเสียใจที่โยนความผิดให้กัปตันผู้น่าสงสาร แต่ปกติลูฟี่ก็เป็นกระสอบทรายของนามิประจำอยู่แล้ว คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง? คิดแล้วก็ชำเลืองมองกิ่งไม้ที่เขาตัดและแอบไว้ข้างหลังสวนหย่อม เออ... แล้วเขาจะตัดมาทำไมกันนะ พอตื่นมาก็ลืมไปซะแล้วสิ...
นามิที่ซ้อมลูฟี่จนน่วม เดินเข้าห้องนอนฝั่งหญิงล้มตัวลงบนเตียงทันที ไม่พูดจากับใครทั้งนั้น ถึงตอนนี้จะหายอารมณ์เสียไปบ้างแล้วก็ตาม แต่รู้สึกเหนื่อยกับการชกกัปตันหมวกฟางซะจริง รู้สึกเหมือนชกกับกระสอบยาง ลูฟี่เองก็ไม่ทันได้พูดอะไรก็โดนอีกแล้ว เขาชินแล้วกับหมัดของต้นหนเรือคนนี้และกลับไปตกแต่งตอไม้ต่อ (ช่างเป็นกัปตันที่ใจดีใจเย็นเสียจริงๆ)
“โรบินจัง กระทงสวยจังนะครับ~!” ซันจิหมุนตัวเหมือนนักเต้นมาคุกเข่าลงหน้าโรบินเหมือนอัศวิน ในมือชูตอไม้ที่ตกแต่งเสร็จไว้เหนือหัว มันเป็นขนมเค้กก้อนแบนๆที่มีตุ๊กตาผู้หญิงผู้ชายที่สวมชุดแต่งงาน ผู้หญิงผมสีส้มและผู้ชายผมสีทอง เดาได้เลยว่าเป็นใครบ้าง...
โรบินมองกระทงของตัวเองที่ตกแต่งด้วยกระดาษหลากสี เธอทำมันอย่างง่ายๆเหมือนกิจกรรมยามว่าง และใช้ดินสอวาดภาพนิดๆหน่อยๆลงบนตอไม้ วาดรูปไขควงลงไปด้วยถ้าหากมีคนสังเกตดีๆ แฟรงค์กี้ผู้น่าสงสารต้องนั่งซ่อมเรือไม่ได้ขึ้นมาทำกระทงกับลูกเรือคนอื่นๆ เธอเลยกะจะทำในส่วนของแฟรงค์กี้ลงไปด้วย
“ถ้าหากอธิษฐานใส่กระทงแล้วจะเป็นจริงล่ะก็..” ซันจิเริ่มพูดกับตัวเอง “ฉันก็จะขอให้อนาคตคุณนามิกลายเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดของฉ้าน~!” และหมุนตัวติ้วๆอย่างมีความสุข “ขอให้คำอธิษฐาน...”
“อ้าวซันจิ นายยังไม่ทำกระทงอีกเหรอ” อุซปถามเมื่อเขาสำรวจกระทงของตัวเองอยู่
“อะไร แกตาบอดหรือไง~!” ซันจิส่งสายตาแค้นเคืองอุซปที่กล่าวหาผลงานชิ้นโบว์แดงของเขาราวกับมองไม่เห็น “คำอธิษฐานของฉันออกจะ -” ซันจิหันมามอง... พบกับความว่างเปล่าเหลือเพียงตอไม้แบนๆที่ถืกอยู่ “จ๊าก~!”
“ซันจิ อร่อยอ่ะ มีอีกมะ?” ลูฟี่เลียริมฝีปากที่เปื้อนครีมของเขา คำเดียวในพริบตา... คำอธิษฐานของซันจิลงท้องลูฟี่ไปแล้ว...
“ฉันจะฆ่าแก๊~!!”
“พวกเขาดูสนุกกันเนอะ” ช๊อปเปอร์นั่งอยู่ข้างๆโรบินละสายตาจากกระทงดอกไม้ของเขามามองชายหนุ่มทั้งสองกำลังตะลุมตุมบอลกันอยู่ โดยมีอุซปเป็นกรรมการและมีบรู๊คบรรเลงเพลงที่เข้ากับฉากการต่อสู้ โรบินแอบชำเลืองเห็นข้อความในตอไม้ของช๊อปเปอร์ ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
...ขอให้ค่าหัวฉันเพิ่มขึ้นด้วยเถอะ!....
เวลาล่วงเลยผ่านไป จนถึงเวลาอาหารกลางวัน ซึ่งเป็นเวลาที่ลูฟี่กระตือรือร้นมากที่สุดแม้จะเพิ่งหมดยกที่สามกับซันจิไป ปากก็ยังร้องหาเนื้ออย่างไม่เกรงกลัวว่าพ่อครัวหมวกฟางจะวางยาพิษเขา ซันจิเสิร์ฟอาหารลงบนโต๊ะ เป็นมื้อหนักๆที่มีแต่เนื้อสัตว์อย่างที่ลูฟี่หวังเอาไว้
“หิวจะตายอยู่แล้ว~” อุซปบิดขี้เกียจ
“เนื้อออออออ!” ลูฟี่กำลังจะตักเนื้อคำโตใส่ปาก จริงๆกำลังจะเททั้งจานใส่ปากมากกว่า
“เดี๋ยว!” ซันจิแย่งจานจากมือกัปตัน “คุณนามิหายไปไหน?”
“ทุกคนมองรอบโต๊ะ นับจำนวนคน หนึ่งสองสามสี่ห้าหกเจ็ด คนที่หายไปคือนามิ ที่นั่งข้างโรบินถูกเว้นว่างไว้ อันที่จริงพวกเขาไม่เห็นนามิตั้งแต่หลังจากที่หล่อนอัดลูฟี่จนน่วมแล้วก็หายไป
“เดี๋ยวก็มา” ลูฟี่แย่งจากคืนจากซันจิ
“หยุด!” ซันจิก็แย่งกลับมาอีกรอบ
“เอามาน้า~!”
“ถ้าคุณนามิไม่มาก็ห้ามกินนะเฟ้ย!”
“แต่ฉันหิวแล้วนี่!”
“งั้นเดี๋ยวฉันไปตามนามิเองล่ะกัน” โรบินทำท่าจะลุกขึ้น
“ฮ้าว~” โซโลเดินอ้าปากหวอเข้ามาในห้องครัว และต้องหยุดอยู่ที่หน้าประตูนั่นแหละเมื่อทุกคนหันมาจับจ้องเขาเป็นตาเดียว ดูเหมือนพวกเขาจะลืมนับคนที่เก้าที่หายไปอีกคน เจ้าพ่อแห่งความขี้เซานอนหลับเป็นตายขี้ลืมเป็นพรสวรรค์และหลงทางเป็นกิจวัตร (ที่พูดมาทำให้ข้อดีของเขาปลิวหายไปหมด) “อะไร?”
“ไหนๆนายก็ยืนอยู่ใกล้ประตูที่สุด” ลูฟี่พูด “ไปตามนามิมาหน่อยสิ”
“ไม่! ฉันจะไปตามคุณนามิเอง แกมาริโมะ! อยู่นี่แหละ!” ซันจิรีบกระโจนใส่ประตูที่โซโลยืนขวางอยู่ เขาเลยเอาเท้ายันหน้าพ่อครัวหมวกฟางไว้ซะเลย จานเนื้อตกอยู่ในมือลูฟี่อีกครั้ง
“โทษทีไอ้คิ้วม้วน กัปตันสั่งฉัน” โซโลปิดประตูใส่หน้าซันจิ ปล่อยให้เขายืนกัดฟันกรอดไฟโกรธลุกท่วมตัวเพราะเขาระเบิดคำด่าหรือเตะเจ้านักดาบนั่นไม่ทัน
โซโลเดินเข้ามาในห้องนอนฝั่งหญิง ห้องนอนที่ดูอำนวยความสะดวกมากกว่าห้องนอนฝั่งชายหลายเท่า เพราะมีผู้อาศัยเพียงสองคนน่ะสิ ห้องนอนถูกจัดวางสิ่งของไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เตียงนอนแสนสบายต่างกับเปลฝั่งชาย โต๊ะวาดแบบและชั้นหนังสือ ไม่เอะใจเลยที่บางครั้งพวกผู้หญิงอยู่ในห้องนอนได้เป็นวันๆ
เขาพบร่างของหญิงสาวนอนอยู่บนเตียง สวมกางเกงขาสั้นกับเสื้อสายเดี่ยว หล่อนหลับตาพริ้มอย่างสงบเสงี่ยม ใบหน้าตอนนอนช่างดูไร้เดียงสาตรงข้ามกับตอนตื่นเป็นอย่างมาก (เน้นว่ามาก) ไม่มีเลยมาดต้นหนเรือขาโหดของหมวกฟาง แค่เพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ใบหน้าสะสวย
เขาคิดอะไรเนี่ย?...
“นี่” เขาใช้ปลายดาบสะกิดร่างของเธอเบาๆ “นามิ”
ไร้เสียงตอบรับจากบุคคลที่ท่านเรียกในขณะนี้...
โซโลยื่นมือมาเขย่าร่างของเธอแทน “นามิ”
ยังไม่มีเสียงตอบรับจากต้นหนเรือผู้หลับใหลอยู่ดี
เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งข้างหน้าเธอ มองขนตางอนที่เรียงตัวกันสวยบนเปลือกตาของดวงโตกลมโตเหมือนปลาทอง อดคิดไม่ได้ว่าที่จริงเขาก็รู้สึกเพลิดเพลินกับการนั่งมองคนอื่นหลับ คนอื่นที่ว่าคงหมายถึงผู้หญิงคนนี้คนเดียวพอ... เพราะนึกภาพเวลาลูกเรือแต่ละคนหลับแล้วดูไม่ค่อยได้กันเลย โดยเฉพาะพ่อครัวหมวกฟางที่บางทีนอนหลับปากคาบบุหรี่กับกัปตันที่นอนหลับพร้อมกับเนื้อก้อนใหญ่คาปาก
“ยัยบ้า” เขาเรียก ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะหลับลึกจริงๆ
“ตัวแสบ”
“แม่มด”
“หน้าเงิน”
“ขี้ขโมย” โซโลได้ทีก็พูดยกใหญ่ ตอนหล่อนตื่นมีโอกาสได้พูดถึงขนาดนี้ที่ไหนล่ะ มีหวังโดนหมัดตั้งแต่คำแรกที่หลุดปากแล้ว “นามิ...” โซโลพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ต้นหนสาวมากกว่าเดิม มือที่วางอยู่บนไหล่ของเธอเลื่อนลงไปดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มตัวหญิงสาว อากาศเย็นๆแบบนี้แต่หล่อนกลับไม่คิดจะห่มผ้ากับเขาเลย
“โซโล...” นามิส่งเสียงพึมพำ ทำเอาโซโลชะงักกะทันหันเมื่อมือของหล่อนตวัดรอบคอเขา เล่นเอาต้องกลั้นหายใจ นามิยังหลับอยู่ เธอละเมอนี่นา... “ที่จริงแล้ว...”
“...” โซโลรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“ฉัน...” เธอยังคงละเมอไม่ได้สติ...
“...”
“ฉันรู้ว่านายเป็นคนตัดต้นไม้ฉันนนน!” เธอรวบคอโซโลมารัดแน่นที่หัวไหล่ ใบหน้าของเขาซุกลงที่ซอกคอของเธอ แต่นั่นไม่ซึ้งเลย เพราะเจ้าหล่อนสะบัดไปมาราวกับกำลังฟัดกับหมอนข้าง แต่เสียตรงที่หมอนข้างของเธอวางอยู่อีกด้านหนึ่ง หมอนข้างโซโลกำลังถูกทำร้ายอยู่ สองแขนที่รัดอยู่รอบคอเขารัดแน่นมากอย่างกับจะบี้ให้แหลกคามือ โซโลถูกรัดคอแน่นจนไม่สามารถเปล่งคำพูดขอความช่วยเหลือได้
และแล้วนาทีหฤโหดก็จบลง นามิคลายวงแขนช้าๆและเคลิ้มอยู่ในนิทราต่อ นั่นเป็นการละเมอที่รุนแรงจริงๆ โซโลไอค่อกแค่กกระเสือกกระสนร้อนรนหาอากาศหายใจยกใหญ่ นั่นเป็นการนอนละเมอหรือเธอตั้งใจกันแน่? ที่แน่ๆทำเอาโซโลเกือบตายอีกรอบ การตัดต้นไม้ที่รักของเธอเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงจริงๆ
“อื้อ~” เธอนอนแน่นิ่งเหมือนเดิม
“ยัยตัวแสบ!” โซโลตะโกนเสียงดัง
“เหวอ!” นามิสะดุ้งตื่นสปริงตัวลุกขึ้นนั่งทันที กวาดสายตามองซ้ายขวาก่อนจะหยุดที่โซโล ผู้ที่กำลังส่งสายตาอาฆาตแค้น เส้นเลือดปูดตรงขมับ ยืนกอดอยู่ข้างเตียงของเธอ “หัวใจจะวาย ถ้าตายไปจะทำยังไงยะ!”
“ฉันต่างหากที่ต้องพูดแบบนั้นเฟ้ย!” โซโลดุ
“นายจะตายได้ไง นายเป็นคนปลุกฉันนะ!”
“ก็เธอ...” โซโลเงียบลง ไม่ปลอดภัยแน่ถ้าจะบอกความจริงว่าหล่อนละเมอกอดเขาแน่น “ช่างเหอะ ลูฟี่ให้มาตามไปกินมื้อเที่ยง”
“ไม่เอาอ่ะ ฉันยังง่วงอยู่เลย” นามิพูดพลางมองผ้าห่มบนตัวของเธอ “อ้าว ใครห่มผ้าให้ฉันล่ะเนี่ย”
“โรบิน” โซโลตอบทันที “แน่ใจนะว่าเธอจะไปขึ้นไปกินข้าว?”
“ไม่ล่ะ ฉันอยากนอนต่อสักหน่อย”
“งั้นฉันไปล่ะ” โซโลโบกมือและเดินออกจากห้อง
“โซโล” นามิเรียกไว้ขณะที่เขากำลังจะก้าวขาผ่านกรอบประตู
“อะไร?”
“ฝากเอากระทงไปลอยให้ด้วยนะ” นามิพูดพลางล้มตัวลงนอนต่อ
“เธอยังไม่ได้ทำไม่ใช่หรือไง?”
“นั่นล่ะ ฝากด้วยละกัน”
โซโลเดินกลับเข้ามาที่ห้องครัวอีกครั้ง ไหนพ่อครัวบอกว่าคนไม่ครบจะไม่แตะอาหารยังไงล่ะ แล้วไอ้จานว่างเปล่าบนโต๊ะนี่มันหมายความว่ายังไง เขานั่งลงบนเก้าอี้อย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ก็แน่ล่ะยังไม่ค่ำแต่วันนี้เฉียดตายมาแล้วสองรอบ คิดแล้วก็พลางตักอาหารใส่ปาก มองที่นั่งว่างเปล่าตรงข้ามเขา... ก็ผู้หญิงเจ้าของที่นั่งนี่แหละเป็นเพชฌฆาตมือดีของเรือลำนี้
“แล้วคุณนามิล่ะไอ้หัวสาหร่าย?” ซันจิถามพลางวางจานของต้นหนสาวลง นึกว่านางฟ้าของเขาคงเดินตามมนุษย์หัวเขียวคนนี้เข้ามา
“ยัยนั่นบอกเบื่อแก ไม่อยากกิน” โซโลเท้าคาง “พอใจไหม?”
“แก๊~!” ซันจิร้องเสียงหลง “คุณนามินางฟ้าผู้น่ารักของฉันไม่มีทางพูดอย่างนั้นหรอก!”
“เหรอ?”
“คุณนามิยอดดวงใจของฉันไม่มีทางพู๊ดด! แกโกหก!”
“เออๆ”
“งั้นฉันกินของนามินะ” ลูฟี่ไม่มัวฟังซันจิครั่วครวญให้เสียเวลา เขาคว้าจานของต้นหนเรือเทใส่ปากอย่างรวดเร็ว “อ๋งอั๋ยอาอิ้อ้องแอบอำอะองอู่แอ้เอย (สงสัยนามิต้องแอบทำกระทงอยู่แน่เลย)”
“แก๊!” ซันจิหันมาพาลใส่ลูฟี่ เขายังแค้นที่ลูฟี่กินกระทงของเขาซะเรียบ
“ฉันขอตัวนะ ต้องไปซ่อมเรือต่อ” แฟรงค์กี้พูด เขาเดินออกจากห้องครัวโดยไร้ท่าทีโกรธเคืองใดๆ เขาค่อนข้างใจเย็นกับกัปตันขี้เล่นคนนี้อยู่แล้ว อย่างน้อยโคล่าก็ทำให้เขาใจเย็นได้กว่าเดิม
เมื่อรัตติกาลมาถึง ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มเต็มไปด้วยดวงดาวมากมาย สวยสุดโดยเฉพาะพระจันทร์เต็มดวง ทำให้มองเห็นพื้นน้ำชัดๆ ถึงเวลาที่ทุกคนจะเอากระทงออกมาลอยทะเลกันแล้ว เป็นช่วงเวลาที่น่าเตื่นเต้นอย่างมากสำหรับกัปตันโจรสลัดหมวกฟาง เขาเอากระทงของเขามายื่นให้มือโรบินคนแรก... ตอไม้เปล่าที่มีไม้เสียบอยู่ตรงกลาง
“คุณกัปตัน ทำไม...” โรบินทำท่าจะถาม แต่กัปตันก็ให้คำตอบเธอก่อน
“ตอนแรกฉันเอาเนื้อก้อนโตจากห้องเสบียงมาตกแต่งมัน แต่เมื่อกี้ท้องฉันร้องน่ะ” ลูฟี่อธิบายหน้าตาเฉย
“กระทงนายน่ารักจังนะช็อปเปอร์” อุซปลูบหมวกใบโตของทานูกิน้อย เขาถือกระทงที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้นานาชนิดจนมองไม่ออกเลยว่ามันปักอยู่บนตอไม้
“ฮิฮิฮิ~” เขาหัวเราะคิกคักเหมือนเด็ก “ของนายก็สวยนะอุซป”
อุซปมองตอไม้ที่ถูกวาดด้วยพู่กันสีน้ำหลากสี โดยเป็นภาพที่รวบรวมสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับกลุ่มโจรสลัดของเขา ทั้งตราโจรสลัดหมวกฟาง หน้าโกอิ้งแมรี่กับทาวซันด์ซันนี่ ไปจนถึงหน้าการ์ตูนของสมาชิกทุกคนอัดอยู่ในตอไม้แผ่นเดียว นี่ล่ะคำอธิษฐานของเขา กลุ่มโจรสลัดหมวกฟางที่ยิ่งใหญ่
“โยโฮโฮโฮ! ลาบูน~!”
บรู๊คมองกระทงของเขาและร้องไห้ (ถึงแม้เขาจะไม่มีต่อมน้ำตา) เขาแกะสลักตรงกลางตอไม้เป็นรูปลาบูน วาฬที่เขาให้สัญญาว่าจะกลับไปหา คำอธิษฐานของเขา...
มือโรบินงอกขึ้นที่ระเบียงด้านหน้าคนทั้งเจ็ดที่ถือกระทงอยู่ รวมถึงโรบินเองด้วย มือค่อยๆงอกตามลำเรือส่งกระทงทั้งหกวางลงบนผิวน้ำอย่างเบามือ ปล่อยให้กระทงทั้งหกลอยออกจากตัวเรือช้าๆ ถึงหมวกฟางจะไม่รู้ว่าทำกระทงขึ้นมาทำไม แต่พอเห็นกระทงตอไม้ของพวกเขาลอยอยู่บนน้ำกลับรู้สึกมีความสุขขึ้นมา
“เสียดายจังนะที่ฉันไม่ได้ทำ” แฟรงค์กี้บ่นอุบอิบ เขาเพิ่งซ่อมส่วนล่างของเรือเสร็จเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา การที่กัปตันหมวกฟางตัดไม้ส่วนล่างเอาไปใช้ดื้อๆทำให้มันกลายเป็นงานหินงานหนึ่ง บวกกับต้องตรวจอีกว่าลูฟี่เอาอวัยวะส่วนไหนของเรือซันนี่ไปใช้อีกไหม
“นี่คุณหุ่นยนต์” โรบินกระตุกชายเสื้อเขาเบาๆ เธอยังถือกระทงของเธอไว้ในมือ ดวงตาคมสวยของเธอกรอกตาลงมาที่ตอไม้เพื่อให้มนุษย์หุ่นยนต์ดูบางอย่าง
“ฮื้ม?” แฟรงค์กี้อมยิ้ม กลางตอไม้มีรูปดอกไม้ ดาว ไขควงและขวดโคล่าถูกวาดด้วยดินสอเรียงกันเป็นวงกลมอยู่ท่ามกลางดอกไม้กระดาษที่ถูกพับขึ้น “ฉันชอบดอกไม้จัง” เขาพูดในขณะที่นิโคโรบินยิ้มและส่งต่อให้มือที่งอกขึ้นมาของเธอปล่อยมันลงสู่พื้นน้ำเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
“ในที่สุดคำอธิษฐานของฉันก็จะเป็นจริง” ซันจิหลับตานึกถึงภาพตุ๊กตาน้ำตาลที่เขาทำขึ้นใหม่ ยังคงเป็นบ่าวสาวผมสีส้มกับเหลืองเหมือนเดิม ในที่สุดเขาก็สามารถปล่อยมันลงน้ำได้อย่างปลอดภัย รอดพ้นปากมหาเขมือบของลูฟี่ได้ในที่สุด และที่นี้คำอธิษฐานของเขาก็จะเป็นจริงซะที
“เฮ้ไอ้คิ้วม้วน” เสียงโซโลดังขึ้นดึงซันจิออกจากภวังค์อันแสนหวาน
“อะไรฟะไอ้หัวสนามหญ้า”
“แกทำนี่หล่นน่ะ” โซโลถือตุ๊กตาน้ำตาลในมือ ตุ๊กตาน้ำตาลเจ้าสาวผมสีส้ม... ทำเอาซันจิอ้าปากหวอ หันไปมองกระทงที่ลอยอยู่บนน้ำ... กลายเป็นเจ้าบ่าวผู้เดียวดายซะแล้ว...
“ม่ายยยยยยยยยยยยยยย!!!” คำอธิษฐานเขาถูกพังทลายลงอีกครั้ง คราวนี้เจ้าสาวไม่ได้โดนกิน แต่ไม่ยอมล่องเรือตอไม้ไปด้วยแทน “ม่ายจริงงงงง~!”
“อะไรของแกวะ?” โซโลพูดพลางกัดส่วนหัวของตุ๊กตา มันหวานละมุนเสียจริง ถึงเขาจะไม่เห็นว่ามันเป็นตุ๊กตาอะไรก็เถอะ “อร่อยดีนี่”
“แก๊ ~!!” ซันจิตะโกนพร้อมน้ำตา ความพยายามทั้งสองรอบ ถูกขัดขวางทั้งสองรอบ “แกตั้งใจใช่ไหม~!”
“ตั้งใจอะไร?”
“ฮ้าว~”
“อ้าวคุณต้นหน” โรบินพูดทำให้ทุกคนหันไปมองนามิที่บิดขี้เกียจขึ้นมาจากชั้นล่างของเรือ หน้าตาสะลึมสะลือเหมือนเพิ่งตื่น เรือนผมสีส้มยุ่งเหยิงไม่ได้หวี เธอขยี้ตาระหว่างเดินมาที่ระเบียง ที่ที่ทุกคนยืนดูกระทงกันอยู่ แสงจากพระจันทร์ทำให้เธอมองเห็นกระทงตอไม้ของทุกคนได้ชัดแจ๋ว กระทงดอกไม้ของช๊อปเปอร์ กระทงศิลปะของอุซป กระทงปลาวาฬของบรู๊ค กระทงกระดาษของโรบิน กระทงตุ๊กตาน้ำตาลผู้เดียวดายของซันจิ กระทงว่างเปล่าของลูฟี่ และกระทงของเธอ... ที่สมควรจะว่างเปล่า...
“นั่น...” นามิพูดเสียงแผ่วจนคนอื่นๆไม่ได้ยิน พวกเขาทุกคนหันไปมองกระทงของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ (ยกเว้นซันจิ)
“กระทงนายล่ะโซโล” ลูฟี่ถามพลางชะเง้อคอมองหา
“ฉันเผลอฟันมันไปแล้วน่ะ” โซโลยักไหล่พลางกัดตุ๊กตาน้ำตาลอีกคำ “เอาหน่อยไหม?”
“ฉันชอบน้ำตาล~” ลูฟี่โยนตุ๊กตาใส่ปากในคำเดียว ยังดีที่โซโลทันได้กัดไปแล้วสองคำ...
“นามิ กระทงนั่นเหมาะกับเธอดีนะ” แฟรงค์กี้พูด ขณะที่บรู๊คหยิบไวโอลินขึ้นมาตั้งท่า
“อื้ม...” หญิงสาวมองกระทงของเธอบนพื้นน้ำ กระทงที่เหมือนกับสวนหย่อมเล็กๆของเธอ มีพื้นหญ้าและต้นส้มต้นเล็กๆสามต้นที่ทำมาจากกิ่งไม้จากต้นไม้แสนรักของเธอ ต้นไม้ทั้งสามอยู่บนขอบตอไม้ที่ตรงกลางถูกเว้นว่างเป็นวงกลมเอาไว้ แต่เพราะมันลอยออกไปไกลเรื่อยๆเธอจึงไม่สามารถมองเห็นชัดกว่านี้ได้
“เขาเป็นอะไรน่ะ?” นามิกระซิบถามอุซป มองซันจิคุกเข่าร้องไห้อยู่บนพื้น บรรยากาศรอบด้านเขาหม่นหมองสุดๆ แม้ว่าเพลงที่บรู๊คเล่นมันจะฟังดูมีความสุขขนาดไหน
“เจ้าสาวหนีงานแต่งมั้ง” อุซปยักไหล่ นามิพยักหน้าเออออ พลางเหลือบมองโรบินกับแฟรงค์กี้ที่ยืนยิ้มอยู่ข้างกันโดยไม่พูดจาอะไร แต่บรรยากาศตรงนั้นกลับอบอวลไปด้วยอะไรบางอย่างที่ตรงกันข้ามกับมุมของซันจิโดยสิ้นเชิง
“กระทงของฉันสวยที่สุดแล้ว” ลูฟี่พูดอย่างมั่นอกมั่นใจ หรี่ตามองกระทงของเขา
ผัวะ!... นั่นไม่ใช่เสียงลูฟี่โดนอัด แต่เป็นเสียงโซโลโดนหมัดต่างหาก หน้าของเขาแทบเกือบจูบพื้นเมื่อโดนต้นหนสาวเขกหัวเข้าให้ หล่อนยืนชูกำปั้นอยู่หน้าเขา ตาซ้ายกระตุกด้วยอย่างอาฆาต โซโลเข้าใจดีว่าหมัดเมื่อกี้เกิดจากอะไร... เธอรู้แล้วว่าเขาเป็นคนตัดกิ่งไม้พวกนั้น
“นี่นายโยนความผิดให้ลูฟี่เหรอเนี่ย?”
“ฉันแค่พูดชื่อลูฟี่ เธอคิดไปเองนะยัยบ้า” โซโลลูบกระหม่อมตัวเอง รู้สึกวิงเวียนศีรษะตะหงิดๆ ยังดีที่เขาไม่ลงไปนอนกองกับพื้นกับหัวที่ขึ้นโน แปลว่าผู้หญิงคนนี้ยังยั้งมือไว้บ้าง...
“ทุกคน~! ไปกินมื้อค่ำกันเถอะ~!” ลูฟี่ออกความเห็น ลูกเรือทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเดินตามกัปตันที่กระโดดดี๊ด้าไปยังห้องครัว โดยมีพ่อครัวเดินคอตกตามหลังพวกเขาไป เหลือไว้เพียงนามิกับโซโลที่ยังปะทะสายตากับอยู่ บรรยากาศเงียบฉี่ ได้ยินแต่เสียงคลื่น ลมและเสียงไวโอลินของบรู๊คเบาๆที่ดังมาจากห้องครัว
“ช่างเหอะ ฉันหายโกรธละ” นามิพูดพลางหันหน้าไปมองกระทงที่ลอยออกไปใกล้ลับตา
...ก็แน่ล่ะ เล่นเขกกบาลฉันขนาดนั้น...
“แล้วนายเขียนคำอธิษฐานหรือเปล่า?” นามิถาม พยายามหรี่ตามองกระทงของเธอ แต่ไร้ความหมาย เธอมองไม่เห็นตรงกลางของมันแล้ว
“เขียนสิ” โซโลตอบนิ่งๆ
“เขียนว่าอะไร?”
“ขอให้เธอ...” โซโลเงียบไปพักหนึ่ง “เลิกใช้กำลังสักที”
ผัวะ!... นั่นแปลว่าคำอธิษฐานไม่เป็นผลสินะ...
“โธ่เอ้ย อีตาบ้า!” นามิบีบคอเขาเป็นครั้งที่สองของวัน (ความจริงครั้งที่สามแล้ว) แล้วก็ทุ่มเขาลงบนพื้นเต็มแรง เล่นเอาโซโลนอนจุกอยู่บนพื้น รู้สึกว่าวันลอยกระทงจะเป็นวันที่เขาต้องเจอศึกหนักที่สุด ซึ่งเป็นมหาศึกที่หนักกว่าการประลองดาบกับศัตรูซะอีก
โซโลนอนแผ่หลาอยู่บนพื้น แหงนมองนามิที่ยืนกอดอกอยู่เหนือหัวเขา สงสัยเจ้าหล่อนคงจะกระทืบเท้าลงมาอีก หรือไม่ก็ฉุดเขาขึ้นไปชกต่อแล้วบีบคอซ้ำอีกครั้งก่อนจะโยนลงทะเล แล้วมันก็จะกลายเป็นจุดจบของนักดาบโรโรโนอาโซโลที่จมน้ำตายดับอนาถเพราะต้นหนเรือของหมวกฟาง
“ขอบคุณนะ กระทงนั่นสวยมาก”
ผิดคาด! หล่อนส่งยิ้มให้เขา เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นบ่อยๆ (หรือไม่เคยเห็นเลย) นามิฉุดแขนเขาขึ้นให้โซโลลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มยืนมองรอยยิ้มบนใบหน้าหญิงสาวอยู่สักพัก ไม่คาดคิดว่าจะได้รับรอยยิ้มนี้จากเธอ โซโลรู้สึกว่ามุมปากของเขายกขึ้นเพื่อยิ้มให้เธอ แต่ก่อนที่เขาจะได้รู้สึกซึ้งกับรอยยิ้มแสนหวานนั่น...
เพียะ!
“นี่สำหรับเรียกฉันยัยบ้า!” นามิหวดมือเข้าที่ใบหน้าของนักดาบหนุ่ม ปะทะเข้าที่แก้มเต็มแรงจนโซโลเสียหลักลงไปนั่งกองกับพื้น และแก้มบวมตุ่ยแดงแป๊ด ใบหน้าเหวอมองผู้คว้าชัยชนะอีกครั้งของวันนี้ ก่อนที่คุณเธอจะเดินขึ้นไปทางห้องครัว ทิ้งให้โซโลงุนงงกับอารมณ์ที่แปรปรวนเปลี่ยนผันไปอย่างรวดเร็วของผู้หญิงคนนี้
“เมื่อกี้มันอะไรฟะ?” โซโลลูบแก้ม ...เมื่อกี้รอยยิ้มนั่นเป็นภาพหลอนหรอกเหรอ?
ถึงมันจะเป็นภาพหลอน ถึงเขาจะรู้สึกเจ็บแปลบที่แก้มซ้าย... แต่ก็ยังนั่งยิ้มออกมา
นามิเดินขึ้นมาที่สวนหย่อม เมื่อเข้ามาในสวมหย่อมก็เห็นเศษตอไม้แผ่นบางถูกวางทิ้งไว้ท่ามกลางต้นไม้ของเธอ เขาพูดจริง มันถูกฟันจริงๆด้วย แต่ถูกฟันให้เหลือขนาดเท่าที่รองแก้วกลมๆ และลงชื่อไว้สั้นๆว่า Roronoa… ดูเหมือนกระทงของเขาจะไม่ประสบผลสำเร็จเท่าไหร่ และลายมือของเขาก็ไม่ดีเอาซะเลย
“ตาบ้า” หญิงสาวหัวเราะออกมาเบาๆ พลางเก็บกระทงน้อยนั้นลงกระเป๋ากางเกง ก่อนที่จะเดินลงมายังห้องครัวโดยไม่ลืมเด็ดส้มมิกันติดมือมาด้วย
ไกลจากตัวเรือออกไป เหล่ากระทงตอไม้ทั้งหลายยังลอยกันอยู่เป็นกลุ่ม
กระทงดอกไม้หลากสีของช๊อปเปอร์ ถึงจะมีดอกไม้ปกคุลมอยู่จริง แต่คำอธิษฐานที่ซ่อนไว้ก็คือ
...ขอให้ค่าหัวฉันเพิ่มขึ้นด้วยเถอะ!....
กระทงสีสันจากปลายพู่กันของอุซป ถึงจะมีภาพหมวกฟางอัดแน่นกันอยู่ แต่ข้อความสั้นๆที่แทรกไว้...
...เพื่อนกันตลอดไป โซเงคิง!...
กระทงปลาวาฬของบรู๊ค ไม่ต้องใช้คำอธิบายอะไรมากมาย...
...ขอให้เจอเจ้าลาบูน โยโฮโฮโฮ และอยากเห็นกางเกงในคุณโรบินจัง....
กระทงของโรบินมีเพียงภาพที่วาดขึ้น... แต่แฝงความหมายโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย...
กระทงของลูฟี่...
...ฉันจะเป็นจ้าวแห่งโจรสลัดและกินแต่เนื้อ เนื้อ เนื้อออ!!....
กระทงของซันจิ...
...(มีแต่ตุ๊กตาเจ้าบ่าว)....
และสุดท้ายกระทงของนามิ ข้อความที่เขียนอยู่กลางสวนหย่อมน้อยๆนั่น... คำอธิษฐานที่โซโลเขียนเองด้วยลายมือไก่เขี่ยของเขา...
...มีความสุข...
If you love someone,
put their name in a circle,
instead of a heart,
because hearts can break,
but circles go on forever.
END…
ขอขอบคุณบทกลอนเพราะๆจาก http://poem.kapook.com/eng.php
ขอบคุณวันเพ็ญเดือนสิบสอง~ ที่เป็นต้นกำเนิดของพล๊อตเรื่องนี้
และขอขอบคุณอ.โอดะที่สร้างสรรค์ตัวละครวันพีชทั้งหลาย
จากใจ... Immature JWB.
ปล. zn ย่อมาจาก zoronami อย่างเป็นทางการ เย้เย้
edit @ 17 Nov 2011 00:06:31 by immac. ♫
edit @ 17 Nov 2011 03:33:34 by immac. ♫
edit @ 17 Nov 2011 11:38:49 by immac. ♫
edit @ 17 Nov 2011 11:44:13 by immac. ♫

คำอธิษฐานเล็กๆ เล็กจริงๆ แต่โคตรจริงใจอะโซโล!!!
ทำไมนายซื่อแบบนี้ นี่นายชอบทำเหมือนไม่รู้เรื่องแต่เอาเข้าจริงทำทึ่งที่สุดอีกแล้วนะ
แอบสงสารซันจิ กร๊ากกกกกกกกก ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นะพวก แต่ก็รักนายอะ
เค้าแอบเห็นคู่ซัมติง แฟรงกี้โรบิน ><
โทโมดาจิอยู่แล้วอุซป! เพื่อนกันตลอดแหงแซะ
ช็อปเปอร์ก็น่ารัก 50เ้บรีน่ารักดีออก 55555555
ลูฟี่ สรุปนายกระทงเปล่าๆใช่มั้ยฮะ :D
บรู๊คจ๋าา เล่นเพลงมันส์ๆเลย
รัก รักทุกคนเลย รักโซโลนามิที่สุดด้วย
รักกันนานๆนะพวกเธอ /เค้ายังไม่ได้แต่งงานกันซักหน่อย
อร๊างงงง เค้ารออ่านเรื่องอื่นๆอยู่อีกนะ อยากอ่านๆๆๆๆๆ
ชอบประโยคนี้ม๊ากมากก
"If you love someone,
put their name in a circle,
instead of a heart,
because hearts can break,
but circles go on forever."
เค้าซึ้ง~
#1 By ดอกแอ้❀ on 2011-11-17 13:23